Log in

เสื่อกกจันทบูร

เสื่อกกจันทบูร จัดได้ว่าเป็นงานหัตถกรรมพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และเป็นสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วไป จนกลายมาเป็นของดีประจำจังหวัดและถูกจัดไว้เป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดจันทบุรีมาจวบจนถึงปัจจุบัน

จันทบุรีมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบ พื้นที่ส่วน หนึ่งใช้ทำนา มีพืชขึ้นอยู่ชนิดหนึ่ง คือ กก กกมีคุณสมบัติเหมาะแก่การทอเสื่อ อันเป็น สินค้าประเภทหัตถกรรมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี ชาวจันทบุรีรู้จักการทอเสื่อมาไม่ ต่ำกว่า 120 ปีมาแล้ว โดยผู้ริเริ่มกลุ่มแรกคือกลุ่มผู้นับถือศาสนาคาธอลิกที่อาศัยอยู่บริเวณวัดคาธอลิก หรือที่เรียกว่าหมู่บ้านญวน ซึ่งในปี พ.ศ. 2254 บาทหลวงเฮิ๊ต ได้มาดูแลชาวคาทอลิกและได้นำพวกญวนที่มีฝีมือใน การทอเสื่อ และจากพระราชนิพนธ์เรื่องเสด็จประพาสเมืองจันทบุรี ในรัชกาลที่ 5 ( พ.ศ.2419 )

ทรงบันทึกว่า " เสื่อกกแดงนั้นมีแต่พวกญวนทำแห่งเดียว ทอเป็นผืนบ้างเป็นเสื่อรวดบ้าง " ในสมัยนั้นการทอเสือต้องซื้อกกและปอจากชาวบ้านตำบลต่าง ๆ มาจัก มาลอก กกที่ใช้ทอเสื่อคือกกกลมจะมีลำต้นกลวง ผิวมันและเหนียว เมื่อทอเป็นเสื่อจะให้ สัมผัสที่นุ่มนวลขัดถูได้มัน ผู้คนจึงนิยม เมื่อนำกกมาจับเป็นเส้นเล็ก ๆ แล้วนำมาผึ่งและตากให้แห้งสนิทแล้ว จึงลงมือย้อมสีกกระยะแรก ๆ ใช้สีธรรมชาติจากเปลือกไม้หรือหัวพืช ซึ่งมี 3 สีคือ สีแดงได้จากเปลือกยาง สีดำได้จากลูกมะเกลือและจากการนำกกไปหมักโคลน สีเหลืองได้จากหัวขมิ้นโขลกเอาน้ำมาต้มย้อม ต่อมาจึงได้เอานำสีวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ส่วนมากเป็นสีเยอรมันชนิดที่ใช้ยอมแพรและไหม การย้อมสีกกจึงสะดวกขึ้น หลังจากเส้นกกที่ย้อมสีแห้งแล้วจึงเริ่มกระบวนการทอเสื่อ พวกญวน มีความสามารถในการคิดประดิษฐ์ลวดลายต่าง ๆ เช่น รูปกุหลาบ รูปครุฑ ลายไทย ฯลฯ

ต่อมามีการขุดพลอยที่จันทบุรี ทำให้ชาวจันทบุรีมีอาชีพที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การขุดพลอยและเจียระไนพลอย และเมื่อการขุดพลอยรุ่งโรจน์ขึ้น พ่อค้าพลอยร่ำรวยอย่างรวดเร็ว จึงเป็นเหตุจูงใจให้ชาวหมู่บ้านญวนหันมาค้าพลอย เจียระไนพลอย อาชีพทอเสื่อของหมู่บ้านญวน ก็ค่อย ๆ ซบเซาลงจนเกือบจะสูญหายไป

กิจกรรมทอเสื่อเริ่มรุ่งเรืองอีกครั้ง เมื่อประมาณ พ.ศ. 2493 โดยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงส่งเสริมให้ ข้าราชบริพารในวังสวนบ้านแก้ว ( ปัจจุบันคือสถาบันราชภัฏรำไพพรรณี ) ทอเสื่อกกแล้วนำไปประดิษฐ์ เป็นเครื่องใช้แบบต่าง ๆ เช่น กระเป๋าถือ เข็มขัด แผ่นรองจาน ฯลฯ ผู้ทอเสื่อได้เห็นรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ที่แปลกตาก็เกิดความคิดที่จะประดิษฐ์ของใช้ใหม่ ๆ ขึ้น เช่น เสื่อม้วน เสื่อเม้มริม เป็นต้น การทอเสื่อจึงเริ่มฟื้นฟูอีกครั้งหมู่บ้านที่สามารถปลูกกกและทอได้เอง เช่น หมู่บ้านขอม บ้านลาว บ้านบางสระเก้า บ้านเสม็ดงาม ฯลฯได้เริ่มทอเสื่อกันอย่างกว้างขวางรวมไปถึงหมู่บ้านตำบาลบางกะไชย บ้านตะกาดเง้า บ้านหนองคัน พร้อมทั้งมีการขยายพื้นที่ปลูกกกออกไปอีก ต่อมาชาวบ้านได้รวมตัวกันนำวิธีผลิต และแนวความคิดจากวังสวนบ้านแก้วมาใช้ 

การเตรียมกก เดิมชาวบ้านจะใช้ต้นกกที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ มาใช้ทอเสื่อ ต่อมาเมื่ออาชีพการทอเสื่อเป็นที่แพร่ หลาย ต้นกกที่ขึ้นเองตามธรรมชาติไม่เพียงพอที่ จะนำมาทอเสื่อ จึงได้มีการทำนากกขึ้น ผู้ที่จะทำ นากกได้นั้น ต้องมีที่ดินในที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง เริ่ม ด้วยการไถคราดเก็บวัชพืชต่าง ๆ ออกเช่นเดียวกับถ การทำนา เมื่อเตรียมดินเสร็จก็ต้องหาหัวกกใหม่ ซึ่งมีลักษณะเป็นแง่คล้ายหัวข่ามีหน่ออ่อนของกกโผ่ลขึ้นมา และนำไปปลูกวิธีเดียวกับการทำนาข้าว เมื่อกกอายุได้ 1 - 2 เดือน ต้องไปกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ คือ ปุ๋ยยูเรีย รอจนกกอายุได้ 4-5 เดือน จึงสามารถตัดมาใช้ได้ สีที่ย้อมยากที่สุด ได้แก่ สีขาว ส่วนชาวจันทบรีนิยมที่จะใช้สีของกกที่แห้งเองตามธรรมชาติ (สีออกเหลืองนวลอ่อนๆ เกือบขาว) โดยคัดเลือกจากกกที่มีลำต้นค่อนข้างอ่อน ผิวกกจึงจะมีสีเสมอกัน แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดผสมเกลือเล็กน้อย เพื่อคงสภาพสี และป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อรา

กกที่ตัดมาจะนำมาผ่าเป็นซีกเล็ก ๆ 3-4 ซีกต่อต้น ชาวบ้านเรียกว่า " การจักกก " นำกกที่จักแล้วมามัด แล้วนำไปผึ่งลมให้แห้สนิท ก่อนที่จะนำเส้นกกไปย้อมสี ให้นำกกที่แห้งสนิทไปแช่น้ำให้นิ่มเสียก่อน สีที่ใช้ย้อมมักใช้สีชนิดเดียวกันกับสีย้อมไหม

นอกเหนือจากกกที่เป็นวัสดุสำคัญในการทอเสื่อแล้ว ยังมี " เอ็น " ที่ใช้ร้อยฟืม เพื่อใช้ในการทอเสื่อด้วยเอ็นที่ใช้นั้นจะทำมาจากต้นปอกระเจา ซึ่งสามารถปลูกได้ง่ายมาก โดยการนำเมล็ดปอมาหว่านบนพื้นดินที่เตรียมไว้ คล้ายการปลูกกก จะต้องหว่านให้แน่นเมื่อเวลาปอกระเจาโตขึ้นจะทำให้ลำต้นตราสูง และไม่มีกิ่งเวลาลอกเปลือกจากลำต้นจะทำได้โดยสะดวกระยะเวลาที่ปลูกปอประมาณเดือนพฤษภาคม ใช้เวลา 5-6 เดือนจึงสามารถนำมาใช้ทำเป็นเอ็นได้

วิธีทำเอ็นให้ลอกเปลือกปอ ออกมาขูดให้เหลือแต่ใย ซึ่งเหนียวมาก แล้วนำไปตากให้แห้งแล้วนำมาย้อมสีเป็นอ่อน เมื่อเวลานำไปทอกับกก สีจะได้กลมกลืนกัน จากนั้นจึงนำเส้นปอไปฉีกให้เป็นเส้นฝอย โดยดึงผ่านตะปูหรือเหล็กแหลม แล้วนำไปปั่นเป็นเส้นเอ็นที่มีความยาวติดต่อกันพันใส่แกนไม้ไว้ใช้สำหรับทอเสื่อต่อไป

วิธีการทอเสื่อ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทอเสื่อ จะประกอบด้วย

  • กกย้อมสีต่าง ๆ ที่ตากแห้งแล้ว
  • เอ็น
  • ฟืม
  • ไม้พุ่งกก
  • ม้ารองนั่ง

ก่อนที่จะทอเสื่อต้องนำเอ็นมาขึงไว้กับกก ( ไม้ 2 อัน ฟืมอยู่ตรงกลาง ) โดยร้อยเอ็นผ่านถ รูฟืมจนเต็มฟืม การทอเสือนั้นส่วนมากจะใช้คนทอ 2 คน ให้คนหนึ่งเป็นคนพุ่งกกเข้าไประหว่างฟืมกับเอ็นแล้วอีกคนจะเป็นคนเลื่อนฟืมมากระทบเส้นกกให้เข้าชิดติดเป็นผืนเดียวกัน

Last modified onSaturday, 09 May 2015 17:09
Login to post comments

จันทบูรดอทเน็ตด้วยทางเวบไซต์ได้ทำการ Upgrade ระบบเวบไซต์ใหม่ ซึ่งได้ทำการถ่ายโอนข้อมูลมาจากเวบไซต์เก่า ซึ่งการโอนถ่ายข้อมูลนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนถ่ายโอนมาไม่สมบูรณ์ ดังนั้นจึงใคร่ขอความร่วมมือจากผู้อ่านทุกท่าน ถ้าพบเห็นเวบหน้าใดที่ไม่มีรูปภาพหลัก แผนที่ประกอบ ฯลฯ แสดงผลไม่ครบถ้วน หรือแสดงผลผิดพลาด โปรดแจ้ง Webmaster
- ทางอีเมล์ i.hotel.marketer@gmail.com หรือ
- ทาง Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/Chanthaboon

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ

attractions
accommodation
dining
local products

33°C

Chanthaburi

Haze

Humidity: 61%

Wind: 4.83 km/h

  • 7 Mar 2016 32°C 26°C
  • 8 Mar 2016 32°C 26°C