Log in

วัดทองทั่ว

วัดทองทั่วเป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีและห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันออกไปประมาณ 4-5 กิโลเมตร

ประวัดิความเป็นมา

วัดทองทั่ว เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งมีพระอุโบสถและเจดีย์อายุเกือบ 200 ปี ตัวโบสถ์มีผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6 เมตร ยาว 13 เมตรครึ่ง มีเฉลียงยื่นทางหน้าและหลังอีกด้านละ 2 เมตรครึ่ง ตัวโบสถ์ตั้งเป็นแนวเดียวกับเจดีย์ด้านหลัง และมีเจดีย์ด้านหน้า ซึ่งตั้งอยู่เยื้องไปทางขวาเล็กน้อย ลักษณะของโบสถ์ เป็นอาคารทรงไม่สูง ผนังก่ออิฐถือปูน ผนังเดิมเป็นการฉาบปูนพื้นบ้าน ปัจจุบันได้มีการซ่อมส่วนฐานและผนังที่ชำรุด มีประตูเข้าด้านหน้า 2 ประตู ด้านหลัง 2 ประตู หน้าต่างด้านละ 3 บาน การตกแต่งประตู-หน้าต่าง มีลักษณะโค้งประดับในส่วนบนด้วยการปั้นปูนและช่องผนังเป็นลักษณะโค้งมนหลังคา เป็นโครงสร้างไม้ทรงจั่ว มุงกระเบื้องกาบกล้วยในตอนบน ในส่วนล่างมีการบูรณะเปลี่ยนเครื่องมุงใหม่เป็นกระเบื้องว่าว ซึ่งมีตัวกลอนและระแนงรองรับกระเบื้อง มีเสาไม้กลม 8 ต้น เอียงสอบรับโครงสร้าง

จากลักษณะทั่วไป ๆ ไป ถึงแม้ตัวโบสถ์จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในยุคหลังก็ยังคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกร่องรอยในการที่จะศึกษาต่อไป จากหลักฐานข้างเคียงมีใบเสมาหินทรายซึ่งฝังอยู่ในลักษณะคู่ทั้ง 4 มุมของโบสถ์แต่ละอันมีรูปแกะสลักหิน ซึ่งเป็นรูปแบบตามคติวัดหลวงในอดีต ด้านหน้าและหลังมีเจดีย์ทรงระฆังกลมซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคตินิยมในการสร้างเจดีย์ในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นทรงพระราชนิยม
วัดทองทั่วในปัจจุบันนี้ นอกจากจะมีโบสถ์อายุเกือบ 200 ปี แล้วยังเป็นแหล่งสะสมหลักฐานทางศิลปะสายวัฒนธรรมเขมรไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์อารยธรรมเขมรเป็นอย่างดี เดิมโบราณวัตถุเก็บไว้ใต้ศาลาการเปรียญหรือกุฏิสงฆ์ ต่อมาทางวัดได้นำมาตั้งไว้รอบโคนต้นมะขามใหญ่อายุนับร้อยปี ซึ่งอยู่หน้ากุฏิพระสงฆ์ โดยการก่อปูนขึ้นมาเป็นฐานแล้วยึดติดโบราณวัตถุเหล่านี้เอาไว้ ปัจจุบันได้นำมาไว้ที่อุโบสถหลังเก่า ได้แก่

  1. ทับหลังแบบศิลปถาลาบริวัติ นับว่าเป็นองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมแบบถาลาบริวัติที่เก่าที่สุด ในประเทศไทย
  2. ทับหลังแบบศิลปไพรกเมง
  3. เสาอิงประดับกรอบประตู หินทรายขาว แบบศิลปถาลาบริวัติ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เซนติเมตร
  4. เสาอิงประดับกรอบประตูรูปแปดเหลี่ยม หินทรายสีเทาแบบศิลปะนครวัดตอนปลาย
  5. ภาพลักษณ์ลายเส้นพระพิฆเณศร และงวง หูช้าง หิน เป็นประติมากรรมอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 17-18

นอกจากนี้ ในบริเวณวัดทองทั่วเองก็ยังมีโกลนแห่งทับหลัง หรือกรอบประตูหน้าโบสถ์ฐานโยนิ และสิงห์ หินสลักที่เริ่มขึ้นโกลน หรือถูกดินฟ้าอากาศชะจนจนสึกกร่อนเป็นโกลน จนไม่สามารถอ่านรายละเอียดได้

ความสำคัญต่อชุมชน

วัดทองทั่ว เป็นศูนย์กลางของชุมชนในอดีต ปัจจุบันเป็นศาสนสถานสำหรับพุทธศาสนิกชน และศูนย์รวมของชุมชนในด้านประเพณีทางศาสนา การศึกษา เพราะในบริเวณวัดมีโรงเรียนของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดจันทบุรี ซึ่งสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์อารยธรรมในสมัยโบราณ และประวัติศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรี

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

วัดทองทั่ว เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งมีพระอุโบสถและเจดีย์อายุเกือบ 200 ปี ตัวโบสถ์มีผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6 เมตร ยาว 13 เมตรครึ่ง มีเฉลียงยื่นทางหน้าและหลังอีกด้านละ 2 เมตรครึ่ง ตัวโบสถ์ตั้งเป็นแนวเดียวกับเจดีย์ด้านหลัง และมีเจดีย์ด้านหน้า ซึ่งตั้งอยู่เยื้องไปทางขวาเล็กน้อย ลักษณะของโบสถ์ เป็นอาคารทรงไม่สูง ผนังก่ออิฐถือปูน ผนังเดิมเป็นการฉาบปูนพื้นบ้าน ปัจจุบันได้มีการซ่อมส่วนฐานและผนังที่ชำรุด มีประตูเข้าด้านหน้า 2 ประตู ด้านหลัง 2 ประตู หน้าต่างด้านละ 3 บาน การตกแต่งประตู-หน้าต่าง มีลักษณะโค้งประดับในส่วนบนด้วยการปั้นปูนและช่องผนังเป็นลักษณะโค้งมนหลังคา เป็นโครงสร้างไม้ทรงจั่ว มุงกระเบื้องกาบกล้วยในตอนบน ในส่วนล่างมีการบูรณะเปลี่ยนเครื่องมุงใหม่เป็นกระเบื้องว่าว ซึ่งมีตัวกลอนและระแนงรองรับกระเบื้อง มีเสาไม้กลม 8 ต้น เอียงสอบรับโครงสร้าง

จากลักษณะทั่วไป ๆ ไป ถึงแม้ตัวโบสถ์จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในยุคหลังก็ยังคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกร่องรอยในการที่จะศึกษาต่อไป จากหลักฐานข้างเคียงมีใบเสมาหินทรายซึ่งฝังอยู่ในลักษณะคู่ทั้ง 4 มุมของโบสถ์แต่ละอันมีรูปแกะสลักหิน ซึ่งเป็นรูปแบบตามคติวัดหลวงในอดีต ด้านหน้าและหลังมีเจดีย์ทรงระฆังกลมซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคตินิยมในการสร้างเจดีย์ในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นทรงพระราชนิยม
วัดทองทั่วในปัจจุบันนี้ นอกจากจะมีโบสถ์อายุเกือบ 200 ปี แล้วยังเป็นแหล่งสะสมหลักฐานทางศิลปะสายวัฒนธรรมเขมรไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์อารยธรรมเขมรเป็นอย่างดี เดิมโบราณวัตถุเก็บไว้ใต้ศาลาการเปรียญหรือกุฏิสงฆ์ ต่อมาทางวัดได้นำมาตั้งไว้รอบโคนต้นมะขามใหญ่อายุนับร้อยปี ซึ่งอยู่หน้ากุฏิพระสงฆ์ โดยการก่อปูนขึ้นมาเป็นฐานแล้วยึดติดโบราณวัตถุเหล่านี้เอาไว้ ปัจจุบันได้นำมาไว้ที่อุโบสถหลังเก่า ได้แก่

  1. ทับหลังแบบศิลปถาลาบริวัติ นับว่าเป็นองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมแบบถาลาบริวัติที่เก่าที่สุด ในประเทศไทย
  2. ทับหลังแบบศิลปไพรกเมง
  3. เสาอิงประดับกรอบประตู หินทรายขาว แบบศิลปถาลาบริวัติ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เซนติเมตร
  4. เสาอิงประดับกรอบประตูรูปแปดเหลี่ยม หินทรายสีเทาแบบศิลปะนครวัดตอนปลาย
  5. ภาพลักษณ์ลายเส้นพระพิฆเณศร และงวง หูช้าง หิน เป็นประติมากรรมอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 17-18

นอกจากนี้ ในบริเวณวัดทองทั่วเองก็ยังมีโกลนแห่งทับหลัง หรือกรอบประตูหน้าโบสถ์ฐานโยนิ และสิงห์ หินสลักที่เริ่มขึ้นโกลน หรือถูกดินฟ้าอากาศชะจนจนสึกกร่อนเป็นโกลน จนไม่สามารถอ่านรายละเอียดได้

การเดินทาง

จากตัวเมืองจันทบุรี ไปตามถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) สายจันทบุรี-ตราดประมาณ 3 กิโลเมตร ถ้ามาจากตัวเมืองจันทบุรีจะเห็นป้ายบอกทาง เลี้ยวขวาไปตามถนนเข้าวัดและหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร

ที่อยู่

ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000
โทรศัพท์: 039-325763 039-344089
เวบไซต์: http://www.watthongthua.com

แผนที่

 

Last modified onTuesday, 12 May 2015 12:18
Login to post comments

จันทบูรดอทเน็ตด้วยทางเวบไซต์ได้ทำการ Upgrade ระบบเวบไซต์ใหม่ ซึ่งได้ทำการถ่ายโอนข้อมูลมาจากเวบไซต์เก่า ซึ่งการโอนถ่ายข้อมูลนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนถ่ายโอนมาไม่สมบูรณ์ ดังนั้นจึงใคร่ขอความร่วมมือจากผู้อ่านทุกท่าน ถ้าพบเห็นเวบหน้าใดที่ไม่มีรูปภาพหลัก แผนที่ประกอบ ฯลฯ แสดงผลไม่ครบถ้วน หรือแสดงผลผิดพลาด โปรดแจ้ง Webmaster
- ทางอีเมล์ i.hotel.marketer@gmail.com หรือ
- ทาง Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/Chanthaboon

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ

attractions
accommodation
dining
local products

33°C

Chanthaburi

Haze

Humidity: 61%

Wind: 4.83 km/h

  • 7 Mar 2016 32°C 26°C
  • 8 Mar 2016 32°C 26°C