Log in

บ้านหลวงราชไมตรี

บ้านหลวงราชไมตรีเป็นบ้านเก่าแก่ในย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรมี 2 หลัง คือ เรือนไม้สักทองริมแม่น้ำจันทบุรีซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย และเรือนตึกซึ่งเป็นอาคารปูนเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มีถนนสุขาภิบาลคั่นกลาง

หลวงราชไมตรี (ปูม ปุณศรี) ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งยางพาราภาคตะวันออก” มีอายุระหว่าง พ.ศ. 2419 - 2499 (ร.5 - ร.9) รวมสิริอายุ 80 ปี ปูม ปุณศรี เกิด ณ บ้านริมน้ำ ตลาดบน ย่านท่าหลวง เป็นบุตรคนที่สองของหลวงประมวญราชทรัพย์ (จีนจำปา) จางวาง นายกองส่วยทองคำโรงงานหวาย พัศเดา เลขส่วย 300 เศษ เมื่อครั้งดำรงยศเป็นขุนประมูลราชทรัพย์ กับนางเปี่ยม เกิด ณ บ้านริมน้ำ ตลาดท่าเหนือ ริมถนนท่าหลวง มีพี่น้องร่วมอุทรอีก 3 คน ได้แก่ นางสาวคร้าม นายป้อง และนางสาวห่อ

ในวัยเด็กท่านเริ่มศึกษาที่โรงเรียนวัด และไปศึกษาต่อที่ปีนังเมื่อครั้งติดตามบิดาไปค้าขายยังประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ท่านจึงมีความชำนาญในการใช้ภาษาอังกฤษ และเมื่อเติบใหญ่ได้ดำเนินธุรกิจการค้าสืบต่อจากบิดา จนเจริญรุ่งเรืองมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการค้าขายยางพารา จึงได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็น “หลวงราชไมตรี”

ชีวิตครอบครัวของท่าน ท่านมีภรรยาหลายคนและบุตรธิดาหลายคน บุตรของท่านมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานต่างๆ เช่น นาวาอากาศตรี ปุณมี ปุณศรี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

หลวงราชไมตรีเป็นคนรูปหล่อ ผิวขาวเหลือง สูงประมาณ 173 - 175 เซนติเมตร มีบุคลิกสง่างาม กิริยาวาจาสุภาพ ไม่ถือตัว เป็นคนประหยัด แต่เจ้าระเบียบ ท่านมีความเมตตา เห็นได้จากการที่ได้ส่งเสริมการศึกษาให้กับเด็กๆ ในบ้านที่รักการเรียนจนสำเร็จและมีหน้าที่การงานตำแหน่งใหญ่โตหลายคน นอกจากนี้ท่านยังชอบทำบุญและทุกค่ำวันพระประมาณเวลา 1 ทุ่ม ท่านจะนิมนต์พระมาเทศน์ที่บ้าน และเชิญชวนเพื่อนบ้านมาร่วมฟังเทศน์ด้วยทุกครั้ง

ตัวอย่างความประหยัดของท่าน คือ ยามใดที่ท่านรับประทานปลาเค็ม ท่านจะสั่งให้แม่ครัวนำก้างปลาเค็มไปโขลกให้ละเอียดแล้วเก็บไว้ผัดกับผักคะน้าในมื้อต่อไป เวลาล้างจานท่านให้ใช้ขี้เถ้าแทนสบู่ หรือน้ำยาล้างจาน เพราะคนในบ้านมีจำนวนมาก และขึ้เถ้าสามารถล้างคราบมันได้ดี ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อหา

เล่ากันว่าท่านเป็นคนที่แต่งกายเหมาะสมกับโอกาสเสมอ ซึ่งมีทั้งชุดอยู่บ้าน ชุดออกนอกบ้าน และชุดไปกรุงเทพฯ และชุดในโอกาสพิเศษ โดยแต่งชุดโจงกระเบน นิยมใช้ผ้านุ่งสีกรมท่า อัดจีบด้วยเครื่องอัดผ้าแบบโบราณ ให้เป็นตาสี่เหลี่ยมเต็มผืนเมื่อคลี่ออกมา และสวมเสื้อราชปะแตนสีขาว

ท่านมีบ้านพัก 2 แห่ง คือบ้านราชไมตรีที่ท่าหลวงแห่งนี้ และบ้านสวนราชไมตรีที่ตำบลคมบาง ส่วนใหญ่ท่านจะพักที่บ้านราชไมตรีที่ท่าหลวงซึ่งมี 2 หลัง คือเรือนไม้สักทองริมแม่น้ำจันท์ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย และบ้านตึกอาคารปูนปั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งมีถนนสุขาภิบาลคั่นกลาง ปัจจุบันบ้านราชไมตรีฝั่งริมน้ำเป็นที่พักอาศัยของญาติ ส่วนบ้านตึกฝั่งตรงข้ามแบ่งให้ผู้อื่นเช่า

สำหรับการเดินทางจากบ้านราชไมตรีในเมืองจันท์ ไปยังบ้านสวนราชไมตรี ท่านใช้รถยนต์ฟอร์ดสีดำ ซึ่งเป็นรถยนต์คันแรกที่ใช้ในจันทบุรี ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางระหว่างบ้านในเมืองและบ้านสวนเท่านั้น ต่อมาได้ซื้อรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ฮาเล่ย์ เดวิดสันให้นายปัน ปุณศรี บุตรชาย นับว่าเป็นจักรยานยนต์คันแรกของจันทบุรี ติดทะเบียน จบ.001

ปัจจุบันบ้านราชไมตรีฝั่งริมน้ำเป็นที่พักอาศัยของญาติ สำหรับบ้านตึกฝั่งตรงข้ามแบ่งให้ผู้อื่นเช่า ในส่วนของบ้านสวนราชไมตรีที่ตำบลคมบางเป็นที่พักของบุตรและหลานของท่าน และในบริเวณบ้านสวนราชไมตรีมีโรงงานแปรรูปยางพาราแห่งแรกของภาคตะวันออก ซึ่งยังคงเก็บรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปรรูปยางพาราในอดีตไว้ด้วย

ในปี พ.ศ. 2451 (ร.5) หลวงราชไมตรีได้สั่งพันธุ์ยางมาจากมาเลเซีย มาปลูกในสวนที่ตำบลพลิ้ว ในเนื้อที่ 60 ไร่ แต่พันธุ์ยางชุดนั้นตายเกือบหมดเหลืออยู่เพียง 3 ต้น ต่อมาราว 10-15 ปี หลวงราชไมตรีได้ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดยางที่ร่วงหล่นจาก 3 ต้นนั้น ต่อไปได้อีกถึง 1,500 ไร่ ในพ.ศ. 2458 สามารถเปิดกรีดยางพาราชุดแรกจำนวน 4,000 ต้น ให้ผลผลิตสัปดาห์ละ 2 หาบ (120 กิโลกรัม) และปรับปรุงคุณภาพให้ได้มาตรฐานตามคำแนะนำของกระทรวงเกษตราธิการสมัยนั้นและนำไปฝากขายบริษัทอีสต์เอเซียติก เพื่อส่งไปขายยังกรุงลอนดอนหาบละ 109 - 133 เหรียญสิงคโปร์ ภายหลังจึงก่อตั้งบริษัทแปรรูปยางพารา ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่า บริษัท “ปุณศรี จำกัด”

หลวงราชไมตรี นำยางพารามาปลูกในภาคตะวันออก จนแพร่ขยายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ สร้างรายได้แก่เกษตรกรอย่างมั่นคง จึงได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็น “บิดาแห่งยางพาราภาคตะวันออก”

ปัจจุบัน บ้านหลวงราชไมตรีได้รับการบูรณะ และดัดแปลงเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวในสไตล์บ้านอนุรักษ์

Last modified onSaturday, 16 May 2015 12:00
Login to post comments

จันทบูรดอทเน็ตด้วยทางเวบไซต์ได้ทำการ Upgrade ระบบเวบไซต์ใหม่ ซึ่งได้ทำการถ่ายโอนข้อมูลมาจากเวบไซต์เก่า ซึ่งการโอนถ่ายข้อมูลนี้อาจจะมีข้อมูลบางส่วนถ่ายโอนมาไม่สมบูรณ์ ดังนั้นจึงใคร่ขอความร่วมมือจากผู้อ่านทุกท่าน ถ้าพบเห็นเวบหน้าใดที่ไม่มีรูปภาพหลัก แผนที่ประกอบ ฯลฯ แสดงผลไม่ครบถ้วน หรือแสดงผลผิดพลาด โปรดแจ้ง Webmaster
- ทางอีเมล์ i.hotel.marketer@gmail.com หรือ
- ทาง Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/Chanthaboon

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ

attractions
accommodation
dining
local products

33°C

Chanthaburi

Haze

Humidity: 61%

Wind: 4.83 km/h

  • 7 Mar 2016 32°C 26°C
  • 8 Mar 2016 32°C 26°C